วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เห็ดกระโดงตีนต่ำ


เห็ดกระโดงตีนต่ำ

          สวัสดีครับ วันนี้ผม นายหนึ่ง จะแนะนำเห็ดพิษ ของบ้านเราให้รู้ จักกัน เป็นชนิดแรก นะครับ  แต่น แ้ต้น   มันคือ  เห็ดกระโดงตีนต่ำ  นั่นเอง มาดูชื่ออื่นๆของมันกันครับ

ชื่อพื้นเมือง  เห็ดฆ้อนกลอง
ชื่ออื่น    เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน




  


พบบนพื้นดิน ขึ้นตามสนามหญ้าและทุ่งนาทั่วทุกภาคในประเทศไทย มีพิษทำให้เกิดอาการมึนเมา คลื่นเหียนและอาเจียน 

ลักษณะทางกายภาพ
          พบในบริเวณที่ชื้น อุณหภูมิ 30ºC   หลังฝนตกหนัก 2-3 วัน อากาศร้อนอบอ้าว 
พบตลอดช่วงฤดูฝน

ลักษณะการเกิด
         พบทั่วไป ในป่าดิบแห้ง บนพื้นดิน ตามสนามหญ้า  ตามทุ่งนา ทัวประเทศไทย
ลักษณะสปอร์  
          สีขาวรูปรีปลายด้านบนตัดขนาน ผิวเรียวผนังหนา


ลักษณะของดอกเห็ด    เมื่ออ่อนลักษณะเป็นก้อนกลมแล้วเจริญบานออกเป็นรูปร่ม ขึ้นตามสนามหญ้า และทุ่งนา หมวกเห็ด มีสีขาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ถึง 20 เซนติเมตร กลางหมวกมีสีน้ำตาล ซึ่งแตกออกเป็นเกล็ดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปถึงกึ่งกลางหมวกครีบสีขาว เมื่อเจริญมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเขียวอ่อน สีของครีบจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ เป็นสีน้ำตาลอมเขียวหม่น เมื่อดอกแก่จัดสีของครีบจะเป็นสีเทาอมเขียวหม่น ครีบไม่ติดกับก้าน ก้านมีรูปทรงกระบอกสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน ยาว 6 ถึง 20 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ถึง 1.8 เซนติเมตร โคนก้านใหญ่ เป็นกระเปาะเล็กน้อย ภายในมีรูกลวงเล็กๆ ตลอดก้านใต้หมวกมีวงแหวนใหญ่และหนา ขอบบนสีน้ำตาล ขอบล่างสีขาว เมื่อแก่จัดวงแหวนจะหลุดเป็นปลอก เนื้อในเห็ดสีขาวตัดแล้วมีสีแดงเรื่อๆ สปอร์รูปไข่สีเขียวอ่อน ขนาดกว้าง 6.5 ถึง 8 ไมครอน ยาว 9 ถึง 11 ไมครอน ผิวเรียบ ผนังหนา ปลายบนมีรูเปิด 1 รู

อาการพิษ   ทำให้เกิดอาการมึนเมา คลื่นเหียน และอาเจียน     แต่ถ้าเป็นเด็กและรับประทานมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้  ไม่แนะนำให้รับประทาน  

เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มันพบได้ทั่วไป นะครับ ระวังไว้ให้ดีๆ ทานน้อยก็ไม่ถึงตาย  ถ้าไม่รู้จักอย่าเสียงนะครับ ด้้วยความปราถนาดีจาก นาย หนึ่ง


ที่มา
งานวิจัย
          เกษม  สร้อย (2537 : 137)  
          ราชบัณฑิตยสถาน (2539 : 136-137)


วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กินเห็ดหน้าฝนนี้ต้องระวัง

กินเห็ดหน้าฝนนี้ต้องระวัง

       สวัสดีครับ พบกับผม นาย หนึ่ง  นะครับ  วันนี้มีความรู้สาระดีๆ แต่สำคัญมากมาฝากครับ  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เขาได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเห็ดโดยเฉพาะเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือ เห็ดตามป่า  ควรเลือกรับประทานเห็ดที่รู้จักจริง ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานเห็ดเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก  และ ตายปีละหลายรายเสียด้วยครับ
      สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเหมาะสมต่อการเจริญพันธุ์ของพืชตระกูลเห็ดเป็นอย่างมากครับ ทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เจริญเติบโตในสภาพธรรมชาติ ประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแถมอร่อยเสียอีกด้วย แต่ทั้งนี้เห็ดต่าง ๆ บางชนิดไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากมีสารพิษเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและประสาทหลอน  หรือ  บางรายบริโภคมากเกินไปก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงมักปรากฏข่าวและมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตหรือได้รับอันตรายจากการรับประทานเห็ดอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ใกล้ป่า และเด็กๆ ที่พ่อแม่ไม่ค่อยได้ดูแลครับ

สำหรับเห็ดพิษในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในตระกูล Amanita ซึ่งเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรง มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น

          เห็ดระโงกหิน หรือในภาคเหนือเรียกว่า เห็ดไข่ตายซาก ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกระจายทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์  เป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงเมื่อรับประทานเข้าไปพิษจะเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุ่นแรง อาเจียน ใจสั่น อ่อนเพลีย สารพิษที่ตรวจพบในเห็ดคือ phallotoxin และ amatoxin มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ตับ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตอาจภายใน 4-6 ชั่วโมง ในต่างประเทศเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า deadly poisonous mushroom

        เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน หรือ เห็ดกระโดงตีนต่ำ ดอกเห็ดเมื่อยังอ่อนเป็นก้อนกลมแล้วเจริญบานออกเป็นร่มขึ้นตามสนามหญ้าและทุ่งนา หมวกเห็ดสีขาวกว้าง 10-20 ซม. กลางหมวกมีสีน้ำตาล ซึ่งแตกออกเป็นเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปถึงกึ่งกลางหมวก เป็นเห็ดที่มีพิษไม่ร้ายแรงนัก ผู้รับประทานจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นและอ่อนเพลีย แต่ถ้าเป็นเด็กและรับประทานมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้
      ท่านผู้อ่านครับ โปรดระวังบุตรหลานของท่านด้วย เพราะว่า เห็ดพิษส่วนใหญ่มักมีสีสันฉูดฉาด สวยงามเด็กๆลุกหลานท่าน อาจเก็บมาเล่น แล้วเผลอกัดชิม  แต่มีเห็ดพิษบางชนิด เช่น เห็ดในตระกูล Amanita ที่มีสีขาวเหมือนเห็ดธรรมดา เมื่อยังอ่อนจะคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้หรือมีลักษณะตูม มีปลอกหุ้มสีขาวเหมือนเห็ดฟาง แต่ปลอกหุ้มของเห็ดฟางสีจะคล้ำกว่า ดังนั้น ผู้บริโภคควรระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานเห็ดชนิดที่ไม่รู้จักหรือไม่ทราบแหล่งที่มา รวมทั้งเห็ดป่าต่าง ๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้หากพบเห็นผู้รับประทานเห็ดพิษควรรีบให้การช่วยเหลือโดยการพยายามทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้หมดแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีนะครับ  ด้วยความปราถนาดีจาก  นาย หนึ่ง ครับ


ที่มา    http://webdb.dmsc.moph.go.th
           จากหนังสือข่าวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่15 ฉบับ6 เดือนมิถุนายน 2544 กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย

บทความนี้  ท่านที่จะนำไปใช้ โปรดให้เครดิตด้วยครับ